ปริศนา เกาะอัลคาทราซ คุกในตำนานความโหดลำดับ 5 ของโลก

San francisco

ปริศนา เกาะอัลคาทราซ คุกในตำนานความโหดลำดับ 5 ของโลก in San francisco

เกาะอัลคาทราซ (บางครั้งเรียกว่า อัลคาทราซ หรือ เดอะร็อค)  คำว่าอัลคาทราช มาจากเป็น เกาะเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่กลางอ่าว San franciscoในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1775 (พ.ศ. 2318) โดยฆวน มานูเอล เด อยาลา อี อรันซา นักเดินเรือชื่อดังชาวสเปน และได้ตั้งชื่อเกาะอันโดดเดี่ยวแห่งนี้ว่า “ลา อิสลา เด โลส อัลกาตราเซส” ใน ภาษาสเปน อันหมายถึงเกาะที่เต็มไปด้วยนกทะเล

เกาะอัลคาทราซ

เกาะอัลคาทราซ (บางครั้งเรียกว่า อัลคาทราซ หรือ เดอะร็อค)

ลา อิสลา เด โลส อัลกาตราเซสใน ภาษาสเปน อันหมายถึงเกาะที่เต็มไปด้วยนกทะเล เนื่องจากไม่ปรากฏว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นใดที่จะสามารถเข้าและออกจากเกาะแห่ง นี้ได้นอกจากนกทะเลเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อชาวอังกฤษเดินทางเข้ามาในบริเวณดังกล่าวก็ได้เรียกขานเกาะอัล กาตราเซสแห่งนี้ว่า “อัลคาทราซ” ความหมาย  คือ นกทะเล เราไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ 39 ค่าเรือ 30 เหรียญ รอบแรก เรื่ม 9.00 ถึง 18.00 น นั่งเรือชมวิวเมืองซานฟรานซิกโก ประมาณ 30 นาทีถึงเกาะแห่งนี้ เราลงมาเดินกระแสลมพัดเย็นเลย

เกาะอัลคาทราช

เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางอ่าวตามธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิเยือกแข็งและคลื่นลมแรง

เนื่องจากเกาะแห่งนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางอ่าวตามธรรมชาติ ล้อมรอบด้วยน้ำที่มีอุณหภูมิเยือกแข็งและคลื่นลมแรง เกาะอัลคาทราซ จึงได้รับการพิจารณาให้ใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ ในปี 1861 เกาะนี้ได้เป็นที่รับนักโทษจากสงครามกลางเมืองจากรัฐต่างๆ และผลพวงจากสงครามสเปน-อเมริกัน ในปี 1898 ทำให้จำนวนนักโทษเพิ่มขึ้นจาก 26 คน เป็น 450 คน จากนั้นในปี 1906 มีแผ่นดินไหวใน San francisco (ที่ทำลายเมืองนี้อย่างรุนแรง) บรรดานักโทษจึงถูกย้ายไปบนเกาะเพื่อความปลอดภัย ในปี 1912 มีการก่อสร้างคุกขนาดใหญ่ที่ใจกลางเกาะ และในปลายทศวรรษ 1920 อาคารสามชั้น เกาะอัลคาทราช เดิมเป็นคุกทหาร ต่อมาส่งคนเลว นักโทษร้ายแรงมาบนเกาะนี้อีก ทางขึ้นมีทางเดียว ทางขึ้นมีคุกเก่าใต้ดิน เอานักโทษลงหลุม  เราเห็นหลุมเล็ก แต่ขังนักโทษได้ถึง 30 คน  ตรงทางขึ้นมีป้อมปืนซ่อนอยู่ แต่การก่อสร้างผิด ป้อมปืนซ่อนปืนต้องสร้างให้ ไม่ตรงกัน แต่ที่นี่ สร้างที่ใส่ปืนใส่ตรงกัน

แผนผังคุกโหดอัลคาทราช

การเดินรอบเกาะเหมือนเดินขึ้นตึก 13 ชั้นรอบเกาะ ทหารระเบิดหิน รอบเกาะ ให้เป็นหน้าผาทั้งหมด

คุกอัฃคาทราช

คุกอัฃคาทราช บันไดที่ผู้คุม เป็นนายทหาร สร้างให้สุนัขเดินเล่น

ปัจจุบันนี้ เกาะอัลคาทราซเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์จากการอนุมัติโดยหน่วยงานอุทยาน แห่งชาติ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ”Golden Gate National Recreation Area” และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมโดยเรือเฟอร์รี่จาก ท่าเรือ 33 ใกล้กับ ฟิชเชอร์แมนวาร์ฟ (Fisherman’s Wharf) ในซานฟรานซิสโก นอกจากนี้เกาะแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในปี 1986

เกาะอัลคาทราซ

ทางเดินเดอะร๊อค ทางเดินไปสู่ ห้อง ควบคุม ทางเดินมีการปรับปรุง ใหม่เพื่อใช้ถ่ายหนังเรื่อง เดอะร็อก

อย่างที่บอก คุกอัลคาทราช มี 2 ส่วน คุกเก่าคุกใต้ดิน คุกใหม่ เป็นอาคาร 3 ชั้น                                                                                                                    คุกอัลคาทราชเดิมใช้กับนักโทษทหาร แต่ต่อมา มีนักโทษร้ายแรงเข้ามา

มาดูเมื่อนักโทษเข้ามา ต้องทำอะไรบ้าง

1. นักโทษ มารับชุด และป้ายชื่อ

2. นักโทษ ทำความสะอาดร่างการ ห้องรวม เปลี่ยนชุด

3. เข้าห้องพัก

4. มีเวลา ให้นอน เข้าห้องพัก มีเวลารับประทานอาหารร่วมกัน มีห้องสมุด ให้อ่าน

5, มีเวลาออกกำลังกาย มีตารางเวลาทำงาน ตามความถนัด กลุ่ม ดูแลซ่อมบำรุง

เกาะอัลคาทราช

ผังภายในคุกอัลคาทราช แบ่ง โซน A B C D โซน D มีห้องมืด 11 ห้อง ในทริป มีให้ลองอยู่คุกมืดได้

เกาะอัลคาทราช

เกาะอัลคาทราช ห้องทำความสะอาดร่วม หลังจากรับเสื้อผ้า ป้ายชื่อ ต้อง ทำความสะอาดร่างกายเปลี่ยนชุด

คุกเกาะอัลคาทราช

คุกเกาะอัลคาทราช ห้องอาบนำ้ร่วม

ตลอดเวลา 29 ปี ตั้งแต่ปี 1936 คุกอัลคาทราซก็ได้ขังเหล่าคนดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มีแต่คนร้ายคนดังมาอยู่ เช่นอัล คาโปน, รอเบิร์ต สเตราด์, จอร์จ เคลลี, เจมส์ บัลเจอร์ นอกจากนี้ยังได้ขัง แอลวิน คาร์ปิส ตามสถิติจากคุกอัลคาทราซ มีคนพยายามแหกคุกทั้งหมด 14 ครั้ง และพยายามจะเป็นออิสระจากคุกอัลคาทราซทั้งสิ้น 36 คน แต่ก็ตามที่บอกคุกนี้โหดโดดเดียว ไม่มีใครแหกคุกนี้ได้สำเร็จ จากทั้ง 36 คน 23 คนถูกจับกลับมากระทำเยี่ยงของเล่นจนปางตาย 6 คนได้ถูกยิงตายไปกว่า7 คน  จมน้ำตายไปเป็นอาหารฉลาม.ก็สรุปว่าไม่มีใครรอดไปได้
        ในปี 1963 ตามคำสั่งของ รอเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯในตอนนั้น  เนื่องจากคุกอัลคาทราซก็ทำงานมานาน และอีกเหตุผลค่าใช้จ่ายสูงในดูแลคนอีกท้ังคุกก็อายุก็ปาเข้าไป 80 กว่าๆแล้วด้วย แล้วบวกกับค่าดูแลรักษาสารพัดซึ่งรวมๆแล้วยังมากกว่าคุกตามในเมืองอีกต่าง หากแต่แล้วอัลคาทราซได้ผู้อุปการะใหม่เมื่อได้เปลี่ยน ไปเป็นศูนย์ฝึกอบรมอาชีพ ให้กับคนพื้นเมืองอเมริกัน ในปี 1969 แต่แล้วก็ปิดตัวลงอีกครั้งอย่างรวดเร็วในปี 1971 สุดท้ายจึงได้รับการเพิ่มเข้าเป็นโบราณสถานแห่งชาติ   สรุปสาเหตุปิด คุก 1963  เพราะค่าใช้จ่ายสูงเหมือนโรงแรมชั้น 1 เลย  ไม่เข้าใจดูแลดีแบบนี้จะแหกคุกทำไมเราคิดเอง
       ในปี 1962 มีกลุ่มคน แฟรงค์ มอร์ริส, คลาเรนซ์และจอห์น แองกลิน สามคนนี้วางแผนแหกคุก

คนแหกคุกเกาะอัลคาทราช

โฉมหน้าคนแหกคุก แฟรงค์ มอร์ริช ตลาเรยซ์ จอห์น แองกลิน

แผนการแหกคุก เรื่มขึ้นแบบเนียม  แผนนี้มีเริ่มกัน 4 คน  ทั้ง 4 คนเป็นนักโทษ ปล้นธนาคาร การเรื่มต้นคิดแหกคุกนั้นเริ่มแผนการ 1 ในนี้มีหน้าที่ ซ่อมบำรุง เขาเรื่ม เก็บสะสมของ เอาช้อนมาขุดท่ออากาศ ทุกวันวันละนิด ปิดฝาไว้ เวลาขุดให้อีกคนเล่นดนตรี ไม่ให้ได้ยินเสียง   มีการทำหัวปลอมให้เหมือนนอนอยู่ที่ที่นอน ห้วปลอมทำมาจาก ฝุ่นคอนกรีตและกระดาษ ใช้สีมาทาเหมือนคน ถามว่าเอาสีมาจากไหน เพราะงานอดิเรกเขาชอบวาดรูป เล่นดนตรี  สะสม อุปกรณ์มาใช้ส่วนหัวปลอม มีการเก็บผมเวลาตัดผม มาแปะเป็นหัวปลอม
    ขั้นตอนการขุดเสร็จ ปืน ไปบนเขาทำเรือยาง เพราะว่ายน้ำออกไป หนาวและปลาฉลามรอบเกาะ  ต้องวางแผนหายานพาหนะ เขาเป็นช่างซ่อมบำรุง เขาแจ้งผู้คุมต้องใช้เสื้อฝน เพื่อคลุมกองวัสดุก่อสร้างแล้วเอาเสื้อฝนมาเย็บเป็นแพยางหนีออกไป
      ในแผนร่วมกัน 4 คน แค่หนีไปได้ 3 คน เพราะอีกคน แนวขุดท่อเล็กไป ขณะมุดหนี ติดไหล่ ทำให้หนีไม่ได้ เขาขอเวลาอีก 2 วันจะขุดได้แต่เพื่อนไม่รอมีคำถามมากมายว่า เขาหนีรอดได้ไหม บางคนว่าหนีไม่รอด แต่มีอีกกระแส บอกว่าหลังจากเขาหนีไปได้ เขาเขียนโปรสการด์ กลับมา หัวเราะเย้ย ว่าเขาหนีได้

วิธีการแหกคุก

วิธีการแหกคุกได้ความรู้จากห้องอ่านหนังสือ มาดัดแปลง

วิธีการแหกคุก

มีการวางแผน เก็บอุปกรณ์ ใช้ช้อนกินข้าวขุดดิน วัยละนิด ใช้เสียงเพลงห้องข้างกลบ สลับกันขุด

หัวปลอมทำหลอก

หัวปลอมทำหลอก ใช้ฝุ่นคอนกรีตและกระดาษมาทำ ผม มาจากห้องตัดผม ที่สะสม

ภารกิจการหลบหนีครั้งประวัติศาสตร์เริ่มขึ้นจากการค่อยๆใช้ช้อนเจาะผนัง คอนก รีตรอบๆท่อระบายอากาศในคุกที่พวกเขาถูกจองจำ และอุปกรณ์ทำมือที่ทำจากเครื่องดูดฝุ่นเสียงการเจาะผนังถูกกลบด้วยเสียงการซ้อมแอคคอร์เดียน และกระดาษแข็งที่ค่อยๆถูกนำมาแปะข้างฝาอย่างแนบเนียน เมื่อช่องที่ผนังมีขนาดใหญ่ขึ้น และสบู่ที่ถูกนำมาเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับการถอนหมุด  เมื่อจังหวะเหมาะมาถึง พวกเขาค่อยๆบีบตัวแทรกผ่านช่องที่เจาะไว้ และปีนขึ้นไปยังช่องลมบนเพดาน ขณะที่ผู้คุม ที่มักจะตรวจเช็คนักโทษเป็นระยะๆ  เข้าใจว่าทั้งสามนอนหลับตาม ปกติ  เนื่องจากทั้งสามได้ใช้หน้ากากเปเปอร์มาเช วางไว้บนหมอน โดยได้นำเศษผมที่รวบรวมได้จากร้านตัดผมมาติดไว้ เพื่อตบตาว่าตนเองกำลังนอนหลับตามปกติ

การขุดท่อหนีคุก

การขุดท่อหนีคุก มีการหนีได้ 3 คน อีก 1 คนหนีไม่ได้ เพราะขุดท่อเล็กไป เขาบอกว่าถ้ามีเวลาขอเวลาอีก 2 วัน จุดขนาดพอ เขาหนีไม่ได้ติดช่วงไหล่

เส้นทางการหนีคุกอัลคาทราช

แผนการหนีคุกอัลคาทราช เมื่อออกจากห้องขึ้นไปดาดฟ้า หลบไฟ เตรียมเอาผ้ายางมาทำเรือหนีอออกไป

ภารกิจการหลบหนีครั้งประวัติศาสตร์เริ่มขึ้นจากการค่อยๆใช้ช้อนเจาะผนัง คอนก รีตรอบๆท่อระบายอากาศในคุกที่พวกเขาถูกจองจำ และอุปกรณ์ทำมือที่ทำจากเครื่องดูดฝุ่น และนักโทษเป็นนักดนตรีใช้เพลงกลบเสียงขุดเสียงการเจาะผนังถูกกลบด้วยเสียงการซ้อมแอคคอร์เดียน และกระดาษแข็งที่ค่อยๆถูกนำมาแปะข้างฝาอย่างแนบเนียน เมื่อช่องที่ผนังมีขนาดใหญ่ขึ้น และสบู่ที่ถูกนำมาเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับการถอนหมุดเมื่อจังหวะเหมาะมาถึง พวกเขาค่อยๆบีบตัวแทรกผ่านช่องที่เจาะไว้ และปีนขึ้นไปยังช่องลมบนเพดานขณะที่ผู้คุม ที่มักจะตรวจเช็คนักโทษเป็นระยะๆ  เข้าใจว่าทั้งสามนอนหลับตาม ปกติ  เนื่องจากทั้งสามได้ใช้หน้ากากเปเปอร์มาเช วางไว้บนหมอน โดยได้นำเศษผมที่รวบรวมได้จากร้านตัดผมมาติดไว้ เพื่อตบตาว่าตนเองกำลังนอนหลับตามปกติ คนร้ายวางแผนหลบหนี มีการวางแผน เป็นช่างขอเสื้อฝนมาคลุมส่วนงานซ่อมแต่จริงเอาเสื้อฝนมาทำแพยาง เก็บไว้ดาดฟ้าเพื่อใช้แพออกจากเกาะ หัวปลอมตัดผมเก็บผม เก็บสีฝุ่นมาทำหัวปลอม สีฝุ่นมาจากการซ่อมแซมคุกในฐานะช่างเก็บอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้

แผนการหนีคุกอัลคาทราช

ขณะที่ผู้คุม ที่มักจะตรวจเช็คนักโทษเป็นระยะๆ เข้าใจว่าทั้งสามนอนหลับตาม ปกติ

กระทั่งทั้งสามปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคา โดยไม่สนใจถึงไฟสป็อตไลท์ที่สอดส่องตลอดทั้งคืน ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังบริเวณรั้วไฟแรงสูง ในจุดที่เป็นจุดบอดที่แสงไฟส่องไปไม่ถึง ก่อนที่จะใช้เครื่องสูบลมที่ทำขึ้นเอง สูบลมเข้าไปในอุปกรณ์ที่คล้ายแพ ที่ทำจากชุดกันฝนยาง ผู้หลบหนีคนที่สี่ไม่สามารถออกจากช่องลมได้ทัน เมื่อออกมาได้แล้วก็พบว่า 3 คนก่อนหน้านี้ ได้หลุดรอดออกไปยังอ่าวซานฟรานซิสโกแล้ว แต่พวกเขาจะได้เจอกับความตายหรืออิสรภาพ ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคน เศษซากแพยางถูกพบบนเกาะที่อยู่ใกล้เคียงกัน แต่ชะตากรรมของทั้งสามคนไม่ปรากฏนับตั้งแต่นั้น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ซึ่งยังคงคิดตามคดีดังกล่าวมานานกว่า 10 ปี แสดงความเห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ทั้งหมดจะมีชีวิตรอด แต่ก็เป็นเรื่องที่พูดยาก ทางการจำเป็นต้องเปิดคดีนี้ไว้นับตั้งแต่เกิดเหตุ และเนื่องจากหมายจับยังคงมีผลบังคับใช้ ทางการจึงจำเป็นต้องสืบสวนคดีนี้ต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากไม่มีการพบร่างของทั้งสาม  และหลักฐานที่ได้รับส่วนใหญ่ก็ขาดน้ำ หนักและความน่าเชื่อถือที่มากพอ โดยกว่า 99% เป็นข้อมูลที่เป็นเท็จ ทุกวันนี้ตำรวจ ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า หนีรอดไปได้จริงไหม ถ้าถามเราคงไม่หนี อยู่ในคุกดูสบายดีเหมือนกัน

ถ้ามีโอกาสไป San francisco น่าลองแวะไปเกาะอัลคาทราซ คุกในตำนานความโหดลำดับ 5 ของโลก เขามีทัวร์กลางคืนสำหรับผู้ตามล่าท้าผีก็ได้น่ะ ถ้าคุณขวัญแข็งแรงเราท้าไปเที่ยวกลางคืนที่นี่เพื่อได้ประสบการณ์แปลกใหม่มาเล่าให้เราฟังได้