กำเนิดโกคาร์ท Go Kart กำเนิดนักแข่งรถระดับโลก

กำเนิดรถโกคาร์ท GoKart กำเนิดนักแข่งรถอาชีพ

มารู้จักกันก่อนว่ากำเนิดรถโกคาร์ท Go Kart มาจากไหน

ไม่น่าเชื่อว่า รถโกคาร์ทกำเนิดมาจากเครื่องยนต์ของเครื่องตัดหญ้า โดย Art Ingels เป็นผู้สร้างรถโกคาร์ท Go Kart คันแรกที่รัฐแคลลิฟอร์เนียในปี 1956 และรถโก คาร์ท  Go Kart เป็นจุดกำเนิดนักแข่งรถระดับโลกหลายคนที่เรารู้จัก

รถโกคาร์ท Go Kart คันแรกในโลก

รถโกคาร์ท Go Kart คันแรกในโลก ทีมาจาก http://www.britishhistorickartclub.com/part1.html

รถโกคาร์ท Go Kart หรือเราเรียกว่า Kart ดูไปเหมือนรถแข่งฟอร์มูล่าขนาดย่อม ย่อส่วนลงมา คำถามรถคาร์ท หรือ Go Kart กำเนิดคร้ังแรกที่ไหน คำตอบคือ รถคาร์ท Kart ผลิตครั้งแรก โดยชาวอเมริกัน ชื่อ Art Ingels เราถือว่าเป็น ” The father of karting “

Art Ingels ผู้สร้าง GoKart คันแรก

Art Ingels ผู้สร้าง GoKart คันแรก ที่มาจาก http://formula-news.com/articles/details/id=36

Art Ingels เป็นคนอเมริกัน อาศัยอยู่รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นช่างทำรถแข่ง ทำงานอยู่ บริษัท Kurtis Craft Co เริ่มดัดแปลงรถ เริ่มสร้างรถคันแรกในโรงรถ ที่สวนหลังบ้านใน in the LA suburb of Glendale , California, เขาได้ไปซื้อเครืองยนต์ มาจากเครื่องตัดหญ้า ที่มีสายการผลิตผิดพลาดหยุดการผลิต ของบริษัท McCulloch ผู้ผลิตเเรือมอเตอร์  และเลื่อนโซ่โดยนำเครื่องยนต์ที่หยุดการผลิตถูกขายออกมาราคาถูก Art นำเครื่อง 10,000 West Bend 750 2½ hp engines มาดัดแปลงมาประกอบเป็นรถโกคาร์ด Kart นั่นคือรถคาร์ทคันแรกของโลกถือกำเนิดขึ้น ในเดือนสิงหา ปี 1956  ถ้าคิดไม่ออกลองนึกถึงรถฟอร์มูล่าม้งของไทยมาจากภูมิปัญญาชาวบ้านเหมือนกัน ต่อมาข่าวรถ Kart ของเริ่มมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเป็นที่นิยมในยุโรปและในอเมริกา และประเทศอิตาลีเริ่มเอารถ Kart มาใช้ในการแข่งขันเป็นกีฬาได้รับความนิยม

Art Ingels ผู้สร้างรถ Kart คันแรก

Art Ingels ผู้สร้างรถ Kart คันแรก

ในเดือนกันยายน ปี 1956 Art กับเพื่อนๆ ได้ทำรถ Kart เป็นรถของเล่น ออกมาอีกครั้งชื่อ รุ่นว่า Pomona sports car ปีเดียวกันนั้นเอง Art กับกลุ่มเพื่อนหนึ่งในเพื่อนเขาชื่อ Roy เป็นนักแข่งรถได้ร่วมกันผลิตรถของเล่นคันที่ 3 ชื่อรุ่น Duffy’s kart พวกเขาร่วมตัวรงรถที่บ้านของทอมกับรอยและทอมดำเนินการผลิตและการเชื่อมและบิลหาชิ้นส่วน  กลายเป็น 3 ทหารเสือสร้างรถ Kart ในยุดแรกที่ทำ Kart เป็นรถของเล่นยังมีข้อผิดพลาด

การคิดค้นรถ Kart สมัยนั้นมีการออกแบบเพลา ติดเครื่องยนต์ด้านหลังรถ มีเบรค ให้การส่งตัวให้ต่ำเพื่อให้มีการส่งตัวที่ดี ซึ่งนิตยสาร Rodding ที่นิตยสารรถสปอร์ตในสมัยก่อนนำเสนอโครงสร้างนิยมและกลศาสตร์ภาพโชว์ภาพ”เครื่อง Wayback” การติดเครื่องยนต์หลังรถบางครั้งเกิดปัญหาการทรงตัวในนิตยสารใช้คำว่า Cool Cart, Caper Cart, Swoopster and Jo-Cart เหมือนเวลาขับลมและกระโดดแต่สนุกในการขับเป็นเสน่ห์ของ Kart อีกอย่างในสมัยนั้น

การออกแบบ Kart

การออกแบบ Kart

รถ Kart ในสมัยแรก

รถ Kart ในสมัยแรก  ที่มาของรูปมาจาก http://www.vintagekarts.com/karts.htm

หลังจากได้รู้เรื่องราวของรถKart ในยุดแรก ในสมัยนั้นปี 1957 มีการใช้รถ Kart บนถนน ตำรวจท้องถิ่นดูว่าคงไม่ปลอดภัยมาวิ่งบนถนน เริ่มมีการนัดเจอที่ถนน the Rose Bowl คนรักรถ Kart มาเจอกันขับรถเล่นกัน บนที่จอดรถ Pasadena Rose Bowl ที่ลานจอดรถที่นี่เหมือนสนามประลองรถคาร์ท Kart

A group of karters in the Rose Bowl parking lot (Pasadena CA) in 1957.

A group of karters in the Rose Bowl parking lot (Pasadena CA) in 1957. ที่มาของรูปhttp://www.vintagekarts.com/karts.htm

ในปี 1958 เริ่มมีการจัดแข่งขันครั้งแรกในที่จอดรถของ The May Company  จากการมาเจอกันคนรักรถมาคุยกันแล้วเริ่มแข่งขันขับรถเล่นที่ลานจอดรถในสมัยนั้นคนขับรถแข่งโกคาร์ท คือ Don Boberick เป็นนักแข่งรถโกคาร์ทรุ่นแรกที่มีชื่อเสียง

karting pioneer Don Boberick riding the FIRST Rathmann Xterminator prototype kart.

karting pioneer Don Boberick riding the FIRST Rathmann Xterminator prototype kart. ที่มาของรูปhttp://www.vintagekarts.com/karts.htm

ปี 1960 เริ่มมีการพัฒนารถ Kart มีราคาขายในสมัยนั้นประมาณคันละ 189 เหรียญ การออกแบบในสมัยนั้นเห็นรถมีเพลา เบรค พวงมาลัยและที่นั่งสำหรับคนขับเท่านั้น เริ่มมีการติดไฟท้ายรถยุดนี้รถ Kart เริ่มได้รับความนิยมอย่างสูง ยอดขายได้ถึง 500 คันต่อเดือน Art พยายามนำเสนอให้บริษัทเขาทำงานคือ Kurtis Craft บริษัททำรถแข่ง แต่เจ้านายไม่สนใจ  Art ได้ไปจับมือกับ Lou Borelli เปิดขาย Caretta kart.

1960 Kart รุ่น Bug

1960 Kart รุ่น Bug

กลางปี 1960 บริษัท The Moss Cart. มีการปรับโชว์หน้ารถKart ดูทันสมัยมีการซ่อนเครื่องยนต์ได้ล้ำสมัย

The Moss Cart ปรับโฉม เบาะนั่งดูสบายขึ้น

The Moss Cart ปรับโฉม เบาะนั่งดูสบายขึ้น

รถโกคาร์ท มีเครื่องยนต์หลายประเภทสามารถขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ หรือมีการแข่งเครื่องยนต์ 2 จังหวะ หรือมอเตอร์ไฟฟ้า

การแข่งขัน Go Kart ยุดแรกๆ

การแข่งขัน Go Kart ยุดแรกๆ ที่มาของรูปhttp://www.vintagekarts.com/karts.htm

Karts ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมีหลายประเภท ได้แก่ Superkarts  สามารถเข้าถึงความเร็วเกิน 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (160 ไมล์ต่อชั่วโมง) ในขณะที่สวนสนุก Go-Karts มีไว้สำหรับประชาชนทั่วไปอาจจะ จำกัด ความเร็วไม่เกิน 25 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง (16 ไมล์ต่อชั่วโมง)วันนี้ประเภทที่นิยมมากที่สุดทั่วโลกมีผู้ใช้หน่วยซีซีแท็ก 125 ล่าสุด 125 ซีซีเครื่องยนต์ KF1 จะอิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ที่ 16,000 รอบต่อนาที ในสนามแข่งKart มีความปลอดภัยเพราะมีรีโมทควบคุมความเร็วเป็นกีฬาน้องเยาวชนเริ่มสนใจและผู้ปกครองไว้วางใจในความปลอดภัยก่อนขับโกคาร์ท มีการอบรมจากผู้เชียวชาญก่อน

ประเภทรถ GoKart ในสนามKart

ประเภทรถ GoKart ในสนามKart

นับจากอดีตสู่ปัจจุบันอายุของรถโกคาร์ท Go Kart มีอายุกว่า 60 ปีในการพัฒนามาเป็น Kart ปัจจุบันรถ Kart สร้างตำนานให้กับนักแข่งรถมีชื่อเสียงในโลกนี้มากมายเป็นนักแข่งในประเทศและระดับโลกเช่น ศักดิ์ นานา, นานา ไรบีนา,ลูอิส แฮมิลตัน, มิชาเอล ชูมัคเกอร์ เป็นต้น การเริ่มต้นเป็นนักแข่งรถโกคาร์ทต้องเริ่มต้นจริงใจและมีการฝึกฝนเพื่อพัฒนาเป็นนักแข่งอาชีพได้ เด็กในรุ่นใหม่สนใจมาขับรถโกคาร์ท Go Kart มีผู้ปกครองสนับสนุนเพราะให้เด็กใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ดีกว่าเวลาไปเล่นเกมส์ เป็นการฝึกสมาธิให้น้อง ขณะนี้โอกาสน้องได้สมัครเรียนขับ Go Kart กับโครงการ Singha Junior Go Cart

Singha Junior Go Car

Singha Junior Go Car

โครงการ Singha Junior Go Cart เป็นโอกาสที่ดีสำหรับน้องๆเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีความมุ่งมั่นเป็นนักแข่ง หรือน้องๆที่สนใจอยากขับรถโกคาร์ GoKart แบบถูกวิธีได้เรียนรู้การขับรถ Kart ที่ถูกต้อง การขับรถ Kart สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีใจ เท่านั้น ที่สำคัญ ถ้าใจพร้อมแล้วมาลุยกัน

ขอขอบคุณ ที่มาขอข้อมูล

https://en.wikipedia.org/wiki/Go-kart

http://www.vintagekarts.com/suddenly60.htm

http://www.vintagekarts.com/history1957_58.htm

http://www.singhajuniorkartchallenge.com/

http://www.britishhistorickartclub.com/part1.html

http://www.britishhistorickartclub.com/part2.html

http://formula-news.com/articles/details/id=36